สอนลูกรักให้จิตใจดี

..ข่าวคราวชวนใจหายมากมายที่ผ่านมา ที่เป็นกระแสสังคม ..อาจทำให้คนเป็นพ่อแม่เริ่มตั้งคำถามว่า 

เกิดอะไรขึ้นกับผู้คนในสังคมทุกวันนี้
และเราจะทำให้สังคมนี้น่าอยู่ขึ้นได้อย่างไร

จริงๆ แล้วคำตอบมีอยู่แล้ว และ ทำให้เป็นจริงได้ด้วยมือพ่อแม่อย่างเราๆ นี่เองค่ะ...หากอยากสร้างสังคมที่ดี เราคงต้องช่วยกัน ปลูกฝังความดีลงในหัวใจลูกค่ะ 

0. ฝึกลูกช่วยงานบ้าน เริ่มได้ตั้งแต่เล็กๆ โดยส่วนใหญ่ เด็กวัย 2 ขวบ เริ่มฟัง คำสั่งง่ายๆ เข้าใจแล้ว ควรฝึกลูกให้ช่วยงานบ้านง่ายๆ 

เช่น เก็บของเล่น หลังเล่นเสร็จแล้ว นำเสื้อผ้าที่สวมแล้ว ไปใส่ตระกร้า เป็นต้น การให้ลูกช่วยงานบ้าน โดยเริ่มจากสิ่งที่เขาควรต้องรับผิดชอบเอง ทำให้เด็กๆ ได้ #เรียนรู้เรื่องหน้าที่ ซึ่งเป็น #สิ่งที่สำคัญต่อการใช้ชีวิตในสังคม

เมื่อลูกเริ่มโตขึ้น ค่อยๆ เพิ่มหน้าที่ภายในบ้านให้เหมาะสมกับวัย การที่เด็กๆ รับผิดชอบตัวเอง และรับผิดชอบต่อส่วนรวม ด้วยการช่วยงานบ้านแล้ว หนูน้อยก็จะค่อยๆ เรียนรู้ว่าสิ่งต่างๆ ที่ตนทำ มีผลกระทบต่อคนรอบข้างอย่างไร 

เป็น จุดเริ่มต้นของการเอาใจเขาใส่ใจเรา

0. พาลูกพบคนหลากหลาย เมื่อเติบโตมากับกลุ่มคนที่มีความคิดคล้ายกัน เด็กๆ ก็มักจะเข้าใจว่าโลกทั้งโลกก็จะมีความคิดนั้นๆ เหมือนกันหมด 

วิธีที่จะฝึกให้ลูกมีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น คือทำให้เขาเห็นว่าในโลกนี้มีคนที่แตกต่างหลากหลาย ทั้งสีผิว เชื้อชาติ ภาษา และความคิด

สิ่งที่แตกต่างจากเรา อาจไม่ได้แปลว่าผิดเสมอไป การพาลูกออกเดินทางท่องเที่ยว ให้เห็นวิถีชีวิตผู้คนที่แตกต่าง พร้อมกัยคำชี้แนะที่เหมาะสม 

จะทำให้ลูกเจ้าใจความเป็นไปของโลกใบนี้ได้ดีขึ้น

0. สอนเรื่องอารมณ์ต่างๆ พ่อแม่มักให้ความสำคัญกับการสอนลูกให้เป็นเลิศในด้านวิชาการ สอนเรื่องมารยาท กฏระเบียบ แต่มักลืมที่จะสอนเรื่องการรับมือกับอารมณ์ ตั้งแต่ลูกยังเล็ก 

พ่อแม่สามารถสอน ให้ลูกรู้จักอารมณ์ต่างๆ ของตน ด้วยการเอ่ยชื่ออารมณ์นั้นๆ เมื่อลูกแสดงออกมา

เช่น เมื่อลูกร้องไห้ที่ไม่ได้ของเล่น อาจบอกลูกว่า แม่รู้ว่าลูกกำลังเสียใจที่ไม่ได้ของเล่น

หรือเมื่อลูกโกรธที่น้องแย่งขนม ก็อาจบอกว่า ลูกกำลังโกรธใช่ไหม แม่อยากให้ลูกหายใจลึกๆ ใจเย็นๆ การสอนเช่นนี้จะช่วยทำให้ลูกเรียนรู้ที่จะจัดการกับอารมณ์ของตนเมื่อโตขึ้น

และไม่นำอารมณ์ของตนเองมาเป็นข้ออ้างในการทำร้ายคนอื่น

0. สร้างแรงบันดาลใจด้วยเรื่องเล่า สำหรับเจ้าตัวเล็ก โลกของเขายังไม่กว้างใหญ่มากนัก 

การเล่าเรื่องราวต่างๆ จากนิทาน หรือเกร็ดประวัติศาสตร์อย่างง่ายๆ เกี่ยวกับบุคคลที่ทำเพื่อผู้อื่น จะช่วยทำให้ลูกเข้าใจเรื่องการช่วยเหลือกันในสังคมได้ดีขึ้น

พ่อแม่อาจถามลูกว่า หากเกิดเหตุการณ์อย่างในนิทานขึ้นกับลูก ลูกจะทำอย่างไร ลองฟังคำตอบของลูก แล้วชื่นชม 

หรือตั้งคำถามเพื่อชี้แนะแนวทางที่ถูก หลีกเลี่ยงที่จะวิจารณ์และตัดสินว่าคำตอบของลูกถูกหรือผิดเพื่อให้ลูกได้ฝึกคิดด้วยตนเอง 

โดยมีพ่อแม่เป็นผู้ชี้นำแนวทางที่เหมาะสม

ภาพและข้อมูล: กองทุนอาคารเฉลิมพระเกียรติฯ มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก

Visitors: 139,304